

ภาวะสีผิวเข้มขึ้นชั่วคราวหลังทำหัตถการ
หลังทำหัตถการประมาณ 2–3 วัน บริเวณที่ทำการรักษาอาจมีสีเข้มขึ้นหรือเกิดสะเก็ดบาง ๆ ได้ ซึ่งเป็นกระบวนการตามธรรมชาติของการสลายเม็ดสีและการผลัดขึ้นสู่ผิวด้านบน โดยสะเก็ดจะค่อย ๆ หลุดออกเองภายในประมาณ 5–7 วัน ห้ามแกะหรือดึงออกด้วยตนเอง
การป้องกันแสงแดดเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
หลังการรักษาเม็ดสี การป้องกันแสงแดดถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดที่มีผลต่อประสิทธิภาพของผลลัพธ์ ควรทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ ทั้งขณะออกแดดและแม้อยู่ในที่ร่ม
เน้นการให้ความชุ่มชื้นและการฟื้นฟูผิว
การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติช่วยให้ผิวกระจ่างใสและฟื้นฟูผิวหลังทำหัตถการ จะช่วยเสริมประสิทธิภาพของการรักษาได้ดียิ่งขึ้น พร้อมดูแลให้ผิวมีความชุ่มชื้นอย่างเพียงพอ เพื่อป้องกันผิวแห้ง
หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นผิว
ในช่วง 1 สัปดาห์หลังทำ ควรงดการใช้สครับ ซาวน่า การออกกำลังกายอย่างหนัก รวมถึงการดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือกระตุ้นการอักเสบของผิว
ฝ้า กระ จุดด่างดำ รักษาด้วยเลเซอร์ชนิดเดียวกันได้หรือไม่?
ไม่เหมือนกัน และไม่ควรรักษาด้วยเลเซอร์แบบเดียวกัน เนื่องจากเม็ดสีแต่ละประเภทมี ระดับความลึกในชั้นผิวที่แตกต่างกัน การเลือกใช้ความยาวคลื่น (Wavelength) ที่เหมาะสมจึงเป็นหัวใจสำคัญของการรักษา เช่น กระตื้น มักตอบสนองได้ดีกับเลเซอร์ความยาวคลื่น 532 nm ขณะที่ ฝ้าลึก จำเป็นต้องใช้ความยาวคลื่น 1064 nm ที่ Derna เรามีเลเซอร์หลากหลายชนิด เพื่อวางแผนการรักษาเม็ดสีแบบเฉพาะบุคคล ให้เหมาะสมกับชนิดและความลึกของปัญหาผิวในแต่ละราย
เคยทำเลเซอร์โทนนิ่งหลายครั้งแล้ว แต่ไม่เห็นผล เกิดจากอะไร?
A: เป็นไปได้ว่า Laser Toning ทั่วไปมีพลังงานไม่เพียงพอ ในการจัดการเม็ดสีที่อยู่ลึก หรืออาจเป็นการรักษาที่ไม่ตรงกับชนิดของเม็ดสีของผู้รับบริการเอง โดยเฉพาะในกรณี ฝ้าลึก หรือเม็ดสีผสมหลายชั้น มักจำเป็นต้องใช้เลเซอร์ระดับสูง เช่น PicoSure ซึ่งเป็นเลเซอร์พิโคที่สามารถแตกเม็ดสีให้ละเอียดกว่าเลเซอร์ทั่วไป รวมถึงต้องอาศัยการวินิจฉัยที่แม่นยำ และการรักษาแบบผสมผสาน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและปลอดภัย
หลังทำเลเซอร์ สีผิวบริเวณที่รักษาดูเข้มขึ้น เป็นความผิดพลาดหรือไม่?
ไม่ใช่ความผิดพลาด แต่เป็นสัญญาณที่ดีของการตอบสนองต่อการรักษา เม็ดสีที่ถูกเลเซอร์ทำลายจะค่อย ๆ ลอยขึ้นสู่ผิวด้านบน ทำให้ในช่วงแรกอาจดูเข้มขึ้นชั่วคราว จากนั้นเม็ดสีเหล่านี้จะกลายเป็นสะเก็ดเล็ก ๆ และหลุดออกเองตามธรรมชาติภายในไม่กี่วัน หลังจากนั้นผิวจะค่อย ๆ ดูกระจ่างใสและสม่ำเสมอขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับก่อนการรักษา

การกำจัดเพียงจุดด่างดำบางส่วน อาจไม่เพียงพอที่จะทำให้ผิวดูสว่างใสอย่างแท้จริง จำเป็นต้องดูแลทั้งปัญหาเม็ดสีที่มีความลึกแตกต่างกัน รวมถึงปรับโทนสีผิวโดยรวมไปพร้อมกัน Derna จึงออกแบบการรักษาแบบเฉพาะบุคคล โดยเลือกใช้เลเซอร์ที่เหมาะสม เช่น Pico Sure, Briteon 2 และ RePOT เพื่อแก้ไขปัญหาเม็ดสีที่ไม่สม่ำเสมอ พร้อมฟื้นฟูผิวที่หมองคล้ำ ให้แลดูกระจ่างใสขึ้น การดูแลมุ่งเน้นให้ผิวเรียบเนียน สะอาดใส และเผยความกระจ่างใสตามธรรมชาติของผิวอย่างสมดุล



วิเคราะห์ชนิดและความลึกของเม็ดสีอย่างแม่นยำ เพื่อการวินิจฉัยแบบเฉพาะบุคคล 1:1


ตั้งแต่ PicoSure ไปจนถึง RePOT เลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม เพื่อการกำหนดเป้าหมายเม็ดสีอย่างละเอียดและตรงจุด


หัตถการที่ปลอดภัย มุ่งทำลายเฉพาะเม็ดสีเป้าหมาย โดยไม่กระทบต่อเนื้อเยื่อรอบข้าง


ผู้ที่ทำ Laser Toning ซ้ำหลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน
ผู้ที่กังวลกับปัญหาเม็ดสีหลายประเภท เช่น ฝ้า จุดด่างดำ และกระ
ผู้ที่ต้องการกำจัดจุดสีเข้มเฉพาะจุดบนใบหน้า (เช่น กระแดด / ไฝดำ / ปานดำ) อย่างตรงจุด
ผู้ที่ต้องการปรับสภาพผิวที่หมองคล้ำและสีผิวไม่สม่ำเสมอ ให้ดูกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นระบบ


ทั่วใบหน้า








โดยจัดการความเจ็บปวดให้เหมาะสมกับคุณสมบัติของอุปกรณ์แต่ละชนิด และระดับความไวต่อความเจ็บของผู้รับบริการแต่ละบุคคล เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างผ่อนคลายที่สุด