

ควรรักษาอุณหภูมิร่างกายให้อบอุ่น เพื่อให้การไหลเวียนของเลือดเป็นไปอย่างเหมาะสม
ช่วยให้สเต็มเซลล์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
งดดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่อย่างน้อย 2 สัปดาห์
มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเพิ่มประสิทธิภาพของผลลัพธ์จากการทำหัตถการ
หลีกเลี่ยงการใช้ยาบางชนิด
ยาที่อาจรบกวนการฟื้นฟูของสเต็มเซลล์ เช่น สเตียรอยด์ ยาต้านการอักเสบ หรือแผ่นแปะบรรเทาปวด ควรหลีกเลี่ยงการใช้เป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ (หากจำเป็น ควรปรึกษาทีมแพทย์)
อาการบวมหรือรอยช้ำจะค่อย ๆ หายไปเอง
อาการบวมหรือรอยช้ำบริเวณที่ฉีดมักจะลดลงและหายไปภายใน 1–2 สัปดาห์
สามารถล้างหน้าและอาบน้ำได้ตั้งแต่วันถัดไป
ในวันทำหัตถการ ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้น้ำสัมผัสบริเวณที่ฉีด
Exosome กับ Stem Cell ต่างกันอย่างไร?
หากเปรียบว่า Stem Cell คือ "โรงงานหลักของการฟื้นฟูเซลล์" Exosome ก็เปรียบเสมือน "กล่องพัสดุที่บรรจุคำสั่งการฟื้นฟู" ที่โรงงานส่งออกมา การฉีด Stem Cell คือการนำเซลล์ของร่างกายเราเอง (โรงงาน) มาใช้โดยตรง เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการฟื้นฟูจากต้นตออย่างแท้จริง ในขณะที่ Exosome เป็นการนำเฉพาะสัญญาณที่ดีที่ Stem Cell หลั่งออกมา มาช่วยฟื้นฟูผิวในรูปแบบที่รวดเร็วและตรงจุด หากต้องการการฟื้นฟูที่ลึกและครอบคลุมทั้งร่างกาย Stem Cell จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสม แต่หากต้องการแก้ไขปัญหาผิวอย่างรวดเร็วและเห็นผลชัด Exosome ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดี
ในเมื่อสกัดจากร่างกายของตัวเอง ทำไมจึงต้องทำหลายครั้ง?
กระบวนการเสื่อมของร่างกายเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตามวัย จำนวนและความสามารถในการทำงานของ Stem Cell ก็จะค่อย ๆ ลดลงตามธรรมชาติ แม้การทำเพียงครั้งเดียวจะช่วยให้สภาพร่างกายดีขึ้น แต่การเติม Stem Cell อย่างสม่ำเสมอจะช่วยชะลอความเสื่อม และช่วยให้ร่างกายคงสภาพที่แข็งแรงได้อย่างต่อเนื่อง เปรียบเสมือนการดูแลสุขภาพด้วยการรับประทานอาหารเสริมที่มีประโยชน์อย่างสม่ำเสมอ
จะเริ่มรู้สึกถึงผลลัพธ์เมื่อใด?
ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยทั่วไปการให้สารอาหารและวิตามินทางหลอดเลือด (IV) มักช่วยให้รู้สึกสดชื่น อาการอ่อนล้าลดลง และร่างกายเบาสบายขึ้นภายในไม่กี่วัน ส่วนการฟื้นฟูผิวและหนังศีรษะจะค่อย ๆ เห็นผลตามกระบวนการทำงานของเซลล์ โดยประมาณหลัง 2–4 สัปดาห์ จะเริ่มรู้สึกถึงความกระชับของผิว ผิวดูเรียบเนียนขึ้น และสภาพผิวโดยรวมดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

คือหัตถการที่ใช้สเต็มเซลล์ของตัวเอง เพื่อเติมพลังชีวิตให้กับผิวในระดับลึก ช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อที่มีการเสื่อมสภาพ ให้ผิวสามารถซ่อมแซมและฟื้นตัวได้ด้วยตัวเองตามธรรมชาติ นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการสร้าง คอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวกลับมากระชับ แข็งแรง และดูสุขภาพดีขึ้น ไม่เพียงช่วยเรื่องผิวแก่ก่อนวัยหรือความหย่อนคล้อยเท่านั้น แต่ยังช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายโดยรวม และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันอีกด้วย



ฟื้นฟูผิวลึกจากภายใน ตั้งแต่ผิวสัมผัสจนถึงความกระชับ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินด้วยสเต็มเซลล์ของตัวเอง เพื่อผิวที่แน่นกระชับ สดใส และดูมีชีวิตชีวา


เติมพลังชีวิตจากภายในสู่ภายนอก สเต็มเซลล์ความเข้มข้นสูง ช่วยดูแลภูมิคุ้มกัน ความอ่อนล้า และการเสื่อมของร่างกาย ฟื้นฟูร่างกายในระดับเซลล์ เพื่อการฟื้นฟูทั้งระบบ


ฟื้นฟูสภาพหนังศีรษะลึกถึงรากผม ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันของหนังศีรษะและกระตุ้นการฟื้นฟูรูขุมขนด้วยสเต็มเซลล์ของตัวเอง เพื่อเส้นผมที่แข็งแรง มีวอลลุ่ม และการเจริญเติบโตที่ดีขึ้น


ผู้ที่มีอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง จากการดื่มแอลกอฮอล์บ่อย ความเครียด และการพักผ่อนไม่เพียงพอ
ผู้ที่ผิวบางลง ความยืดหยุ่นลดลง และต้องการการฟื้นฟูจากต้นตออย่างแท้จริง
ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันลดลง เป็นหวัดบ่อย และร่างกายฟื้นตัวได้ช้า
ผู้ที่มีปัญหาผมร่วง หนังศีรษะอักเสบ หรือจำเป็นต้องดูแลสภาพหนังศีรษะโดยรวม
ผู้ที่ต้องการมากกว่าหัตถการด้านความงาม และอยากฟื้นคืนพลังสุขภาพของร่างกายทั้งระบบ


ทั่วศรีษะ








การทำสเต็มเซลล์ประกอบด้วยขั้นตอน การเจาะเลือดและการฉีดสเต็มเซลล์ ซึ่งทั้งสองขั้นตอนสามารถทำได้อย่างสบาย ไม่ต้องกังวลเรื่องความเจ็บปวด