

สามารถล้างหน้าและแต่งหน้าเบา ๆ ได้ตั้งแต่วันถัดไป
ตั้งแต่หลังวันทำหัตถการ สามารถล้างหน้าและแต่งหน้าแบบเบา ๆ ได้ โดยควรทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยน และหลีกเลี่ยงการถูหรือกดบริเวณที่ทำการรักษาแรงเกินไป
อาการชั่วคราวเป็นกระบวนการฟื้นฟูตามธรรมชาติ
หลังทำอาจเกิดรอยแดง อาการบวม รอยช้ำ หรือผิวดูนูนเป็นคลื่นเล็กน้อย ซึ่งเป็นกระบวนการฟื้นฟูของผิวตามธรรมชาติ โดยทั่วไปจะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายไปภายในไม่กี่วัน
การป้องกันแสงแดดเป็นสิ่งจำเป็น
ผิวหลังทำหัตถการจะไวต่อแสงแดดมากกว่าปกติ ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการเกิดรอยดำและช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้อย่างปลอดภัย
ดูแลเรื่องความชุ่มชื้นและการฟื้นฟูผิวเป็นพิเศษ
ควรทาครีมให้ความชุ่มชื้นหรือครีมฟื้นฟูผิวในปริมาณที่เพียงพอ เพื่อป้องกันผิวแห้ง ผิวที่ชุ่มชื้นจะช่วยส่งเสริมการสร้างคอลลาเจนและเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษา
หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กระตุ้นผิว
ควรงดกิจกรรมที่ทำให้เกิดความร้อน เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ แช่น้ำร้อน การออกกำลังกายหนัก รวมถึงการใช้สครับหรือผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง อย่างน้อย 1 สัปดาห์
งดดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ชั่วคราว
แอลกอฮอล์และบุหรี่อาจกระตุ้นการอักเสบและรบกวนการสร้างคอลลาเจน แนะนำให้งดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อการฟื้นฟูที่ดีของผิว
สกินบูสเตอร์ตัวนี้ หลังฉีดจะทำให้หน้าเป็นตุ่ม ๆ (Embossing) เหมือนสกินบูสเตอร์ทั่วไปหรือไม่? กังวลเรื่องหน้าไม่เรียบ
สกินบูสเตอร์ทั่วไปมักฉีดในชั้นผิวตื้นมาก จึงอาจเกิดลักษณะผิวเป็นตุ่มนูนเล็ก ๆ (Embossing) อยู่ได้หลายวัน แต่ SkinVive เป็นการฉีดที่ออกแบบให้ลงลึกถึง ชั้นหนังแท้ส่วนล่างอย่างแม่นยำ ทำให้แทบไม่เห็นรอยนูนบนผิวหน้า ตัวยาจะค่อย ๆ กระจายตัวอย่างเป็นธรรมชาติจากภายในผิว หลังทำอาจเห็นเพียงรอยเข็มเล็กน้อย ซึ่งส่วนใหญ่จะหายไปภายในวันเดียว จึงแทบไม่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
แตกต่างจาก “ฉีดผิวฉ่ำน้ำ (Water Glow Injection)” ทั่วไปอย่างไร? ดีกว่ายังไง?
ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดอยู่ที่ “โครงสร้างของไฮยาลูโรนิกแอซิด” และ “ระดับความลึกในการฉีด” การฉีดผิวฉ่ำน้ำทั่วไปมักใช้ไฮยาลูโรนิกแอซิดแบบไม่เชื่อมโครงสร้าง (Non-crosslinked HA) และฉีดในชั้นผิวตื้น จึงถูกดูดซึมและสลายค่อนข้างเร็ว ในขณะที่ SkinVive ใช้ไฮยาลูโรนิกแอซิดชนิดเชื่อมโครงสร้างแบบเจล (Crosslinked HA) และฉีดลงลึกกว่า ทำให้ตัวยาอยู่ในผิวได้นานกว่า และค่อย ๆ เติมความชุ่มชื้นอย่างต่อเนื่อง จึงให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่า พร้อมทั้งช่วยปรับ คุณภาพผิวและผิวเรียบเนียน ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ได้รับการรับรองจาก FDA อย่างชัดเจน
SkinVive ให้ผลเรื่องการเติมเต็มเหมือนฟิลเลอร์หรือไม่?
SkinVive มีจุดประสงค์ต่างจากฟิลเลอร์ที่ใช้เติมเต็มร่องลึกหรือเพิ่มปริมาตรเฉพาะจุด แทบไม่ให้เอฟเฟกต์การดันวอลุ่มแบบฟิลเลอร์ แต่จะเน้นการปรับ พื้นฐานผิวทั้งหน้า ให้เรียบเนียน เพิ่มความสามารถในการกักเก็บน้ำของผิว ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวดูอิ่มน้ำ เปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ และมีความยืดหยุ่นที่สุขภาพดี เหมาะมากสำหรับผู้ที่รู้สึกว่าผิวแห้ง ฟูไม่สวย หรืออยากปรับ “ผิวพื้นฐาน” ให้ดีขึ้นจากภายใน

คือสกินบูสเตอร์ไฮยาลูโรนิกแอซิด (HA) ที่ได้รับการรับรองจาก FDA ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นรายแรก ในด้านผลลัพธ์เรื่อง การปรับผิวให้เรียบเนียน (Skin Quality Improvement) ด้วยการฉีดอนุภาคไฮยาลูโรนิกแอซิดขนาดเล็กลงสู่ ชั้นหนังแท้ (Dermis) โดยตรง ช่วยเติมความชุ่มชื้นจากผิวชั้นลึก ฟื้นฟูผิวให้ดูอิ่มน้ำ สุขภาพดี และเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติจากภายใน เปรียบเสมือนการเติมเซรั่มบำรุงความชุ่มชื้นเข้มข้นลงสู่ผิวโดยตรง ช่วยแก้ปัญหาผิวแห้งกร้าน หรือผิวขาดน้ำที่การทาครีมทั่วไปไม่สามารถดูแลได้อย่างตรงจุด พร้อมปรับผิวให้เรียบเนียน ละเอียด และดูสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด



ได้รับการพิสูจน์เชิงคลินิกถึงประสิทธิภาพในการเติมความชุ่มชื้นและปรับคุณภาพผิวอย่างชัดเจน


เพิ่มความสามารถในการกักเก็บน้ำของผิว ช่วยแก้ปัญหาผิวแห้งขาดน้ำจากภายใน


การรักษาเพียงหนึ่งครั้ง ให้ผลลัพธ์การดูแลผิวที่สบายผิวและมีประสิทธิภาพยาวนาน


ผู้ที่แม้จะทามอยส์เจอไรเซอร์แล้ว แต่ยังรู้สึกว่าผิวแห้งตึงจากภายใน
ผู้ที่ต้องการปรับสภาพผิวที่แห้งกร้าน หยาบ ให้ดูเรียบเนียนขึ้น
ผู้ที่ต้องการผิวฉ่ำโกลว์อย่างเป็นธรรมชาติ ให้ผิวดูสุขภาพดีและกระจ่างใส
ผู้ที่มีนัดสำคัญ และต้องการฟื้นฟูสภาพผิวให้ดีขึ้นอย่างรวดเร็วและเห็นผลชัดเจน


ทั่วใบหน้า








ไม่ใช่เพียงการทาเท่านั้น แต่ใช้การแร็ปด้วยวัสดุเฉพาะทางเพื่อเพิ่มอัตราการดูดซึม ช่วยให้ตัวยาชาซึมลึกลงสู่ผิวอย่างมีประสิทธิภาพ และลดความรู้สึกเจ็บบริเวณผิวชั้นบนได้อย่างชัดเจน