

สามารถล้างหน้าและแต่งหน้าเบา ๆ ได้ตั้งแต่วันถัดไป
ตั้งแต่หลังวันทำหัตถการ สามารถล้างหน้าและแต่งหน้าแบบเบา ๆ ได้ โดยควรทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยน และหลีกเลี่ยงการถูหรือกดบริเวณที่ทำการรักษาแรงเกินไป
อาการชั่วคราวเป็นกระบวนการฟื้นฟูตามธรรมชาติ
หลังทำอาจเกิดรอยแดง อาการบวม รอยช้ำ หรือผิวดูนูนเป็นคลื่นเล็กน้อย ซึ่งเป็นกระบวนการฟื้นฟูของผิวตามธรรมชาติ โดยทั่วไปจะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายไปภายในไม่กี่วัน
การป้องกันแสงแดดเป็นสิ่งจำเป็น
ผิวหลังทำหัตถการจะไวต่อแสงแดดมากกว่าปกติ ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการเกิดรอยดำและช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้อย่างปลอดภัย
ดูแลเรื่องความชุ่มชื้นและการฟื้นฟูผิวเป็นพิเศษ
ควรทาครีมให้ความชุ่มชื้นหรือครีมฟื้นฟูผิวในปริมาณที่เพียงพอ เพื่อป้องกันผิวแห้ง ผิวที่ชุ่มชื้นจะช่วยส่งเสริมการสร้างคอลลาเจนและเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษา
หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กระตุ้นผิว
ควรงดกิจกรรมที่ทำให้เกิดความร้อน เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ แช่น้ำร้อน การออกกำลังกายหนัก รวมถึงการใช้สครับหรือผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง อย่างน้อย 1 สัปดาห์
งดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ชั่วคราว
แอลกอฮอล์และบุหรี่อาจกระตุ้นการอักเสบและรบกวนการสร้างคอลลาเจน แนะนำให้งดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อการฟื้นฟูที่ดีของผิว
สำคัญที่สุด! อย่าลืม "การนวด 5-5-5"
เพื่อให้สาร Sculptra กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอและให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ จำเป็นต้องนวดบริเวณที่ทำการรักษาอย่างสม่ำเสมอ วันละ 5 ครั้ง ครั้งละ 5 นาที ติดต่อกัน 5 วัน นวดเบา ๆ เป็นวงกลม เพื่อผลลัพธ์ที่สวย กลมกลืน และมีประสิทธิภาพสูงสุด
Sculptra แตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างไร?
ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดคือ หลักการทำงานฟิลเลอร์ทั่วไป (Hyaluronic Acid) จะช่วยเติมเต็มทันทีหลังฉีด เห็นผลรวดเร็ว ในขณะที่ Sculptra กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นใหม่ ทำให้ความอวบอิ่มค่อย ๆ ฟื้นตัวอย่างเป็นธรรมชาติในระยะเวลาหลายเดือน หากฟิลเลอร์คือการ "เติม" — Sculptra คือการ "สร้าง" จากภายใน
ผลลัพธ์เริ่มเห็นเมื่อใด และอยู่ได้นานแค่ไหน?
หลังฉีดใหม่ ๆ อาจดูอิ่มขึ้นเล็กน้อยจากน้ำในตัวยา ซึ่งจะค่อย ๆ ถูกดูดซึมไปภายในไม่กี่วัน จากนั้นสาร PLLA จะเริ่มกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในช่วงประมาณ 4–6 สัปดาห์ และผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจะเห็นผลเต็มที่ในช่วง 3–6 เดือน คอลลาเจนที่สร้างขึ้นแล้วสามารถคงอยู่ได้นาน มากกว่า 2 ปี ซึ่งถือเป็นจุดเด่นสำคัญของ Sculptra
ได้ยินว่ามีโอกาสเกิดก้อน (Nodule) จริงหรือไม่?
ก้อนอาจเกิดขึ้นได้ หากอนุภาค PLLA ไม่กระจายตัวสม่ำเสมอและเกิดการรวมตัวกัน ที่ Derna มีการควบคุมความเข้มข้นของตัวยาอย่างเหมาะสม และทำหัตถการโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ ฉีดลงในชั้นผิวที่ถูกต้องอย่างแม่นยำ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง นอกจากนี้ การปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่อง การนวด 5-5-5 อย่างสม่ำเสมอหลังทำ จะช่วยให้ตัวยากระจายตัวได้ดี ลดความเสี่ยงของการเกิดก้อน และให้ผลลัพธ์ที่สวยงามอย่างปลอดภัย

แตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปที่เน้นการเติมเต็มโดยตรง แต่เป็นการฉีดสาร PLLA (Poly-L-Lactic Acid) เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนภายในผิว เมื่อเวลาผ่านไป ผิวจะค่อย ๆ ฟื้นคืนความอวบอิ่มขึ้นด้วยตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยฟื้นฟูบริเวณที่ยุบหรือขาดความอวบอิ่ม พร้อมปรับปรุงความยืดหยุ่นของผิว ให้ผิวดูสุขภาพดี อ่อนเยาว์ และสมดุลมากขึ้น สัมผัสความอิ่มแน่นที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุด ไม่แข็ง ไม่ดูเสริมเติมแต่ง แต่เกิดจากการฟื้นฟูของผิวตามธรรมชาติของคุณเอง



ไม่ใช่การเติมเต็มแบบสังเคราะห์ แต่เป็นการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นเองตามธรรมชาติ


แม้เวลาผ่านไป ก็ยังดูกลมกลืน ไม่ดูแข็งหรือผิดธรรมชาติ


ริ้วรอย ความยืดหยุ่น และผิวสัมผัส ค่อย ๆ ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อการดูแลผิวแบบ Total Anti-Aging


ผู้ที่มีแก้มหรือขมับตอบ ทำให้ใบหน้าดูอ่อนล้าและไม่สดใส
ผู้ที่ต้องการความอวบอิ่มที่ดูเป็นธรรมชาติ มากกว่าลุคที่ดูเติมแต่งแบบฟิลเลอร์
ผู้ที่มองหาหัตถการ Anti-Aging ที่ให้ผลลัพธ์ยาวนาน
ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูทั้งความกระชับและความอวบอิ่มของใบหน้า โดยไม่ต้องผ่าตัด


ขมับ








Derna ใช้ระบบดูแลความเจ็บปวดที่คัดเฉพาะขั้นตอนจำเป็น เพื่อเพิ่มความผ่อนคลายในการเข้ารับการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ