

สามารถล้างหน้าและแต่งหน้าเบา ๆ ได้ตั้งแต่วันถัดไป
ตั้งแต่หลังวันทำหัตถการ สามารถล้างหน้าและแต่งหน้าแบบเบา ๆ ได้ โดยควรทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยน และหลีกเลี่ยงการถูหรือกดบริเวณที่ทำการรักษาแรงเกินไป
อาการชั่วคราวเป็นกระบวนการฟื้นฟูตามธรรมชาติ
หลังทำอาจเกิดรอยแดง อาการบวม รอยช้ำ หรือผิวดูนูนเป็นคลื่นเล็กน้อย ซึ่งเป็นกระบวนการฟื้นฟูของผิวตามธรรมชาติ โดยทั่วไปจะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายไปภายในไม่กี่วัน
การป้องกันแสงแดดเป็นสิ่งจำเป็น
ผิวหลังทำหัตถการจะไวต่อแสงแดดมากกว่าปกติ ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการเกิดรอยดำและช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้อย่างปลอดภัย
ดูแลเรื่องความชุ่มชื้นและการฟื้นฟูผิวเป็นพิเศษ
ควรทาครีมให้ความชุ่มชื้นหรือครีมฟื้นฟูผิวในปริมาณที่เพียงพอ เพื่อป้องกันผิวแห้ง ผิวที่ชุ่มชื้นจะช่วยส่งเสริมการสร้างคอลลาเจนและเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษา
หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กระตุ้นผิว
ควรงดกิจกรรมที่ทำให้เกิดความร้อน เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ แช่น้ำร้อน การออกกำลังกายหนัก รวมถึงการใช้สครับหรือผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง อย่างน้อย 1 สัปดาห์
งดดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ชั่วคราว
แอลกอฮอล์และบุหรี่อาจกระตุ้นการอักเสบและรบกวนการสร้างคอลลาเจน แนะนำให้งดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อการฟื้นฟูที่ดีของผิว
Derna Booster มีผลลัพธ์หลักอะไรบ้าง?
Derna Booster เป็นสกินบูสเตอร์แบบ All-in-One ที่ช่วยให้เห็นผลลัพธ์สำคัญ 3 ด้านพร้อมกันในการรักษาเพียงครั้งเดียว การฟื้นฟูผิว (Rejuran): ช่วยซ่อมแซมผิวที่ถูกทำลาย เสริมความแข็งแรงของเกราะป้องกันผิวจากภายใน ผิวฉ่ำน้ำ โกลว์ใส (Hyaluronic Acid): เติมความชุ่มชื้นลึกถึงผิวชั้นใน ให้ผิวดูอิ่มน้ำ เปล่งประกาย และชุ่มชื้นทันที ความกระชับ (Dermotoxin): ช่วยลดริ้วรอยเล็ก ๆ และกระชับรูขุมขน ให้ผิวเรียบเนียน แน่น และยืดหยุ่นมากขึ้น
เมื่อเทียบกับการฉีด Rejuran เพียงอย่างเดียว Derna Booster ดีกว่าอย่างไร?
Derna Booster ยังคงประสิทธิภาพการฟื้นฟูผิวอันโดดเด่นของ Rejuran ไว้อย่างครบถ้วน แต่มีข้อดีเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน 2 ประการ ประการแรก คือ ความเจ็บปวดลดลงอย่างเห็นได้ชัด ด้วยส่วนผสมของ Dermotoxin ประการที่สอง คือ ได้ผลลัพธ์ผิวฉ่ำน้ำและโกลว์ทันที จาก Hyaluronic Acid ทำให้หลังทำหัตถการสามารถเห็นผิวที่ชุ่มชื้น เปล่งปลั่ง และดูสวยขึ้นได้ทันที โดยไม่ต้องรอผลการฟื้นฟูเพียงอย่างเดียว นี่คือความแตกต่างที่สำคัญที่สุด
ผลลัพธ์จะเริ่มเห็นเมื่อไร และเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง?
Derna Booster ให้ทั้งผลลัพธ์ระยะสั้นและระยะยาวในเวลาเดียวกัน หลังทำหัตถการทันที จะรู้สึกได้ถึงความชุ่มชื้น ผิวดูฉ่ำ และริ้วรอยเล็ก ๆ ดูจางลง จากผลของ Hyaluronic Acid และ Dermotoxin จากนั้นภายในช่วง 2–4 สัปดาห์ สาร PN จาก Rejuran จะเริ่มทำงาน ฟื้นฟูผิวจากภายใน ทำให้ผิวแข็งแรง แน่น และสุขภาพดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติในระยะยาว

คือซิกเนเจอร์สกินบูสเตอร์ของ Derna ที่นำ Rejuran Healer ซึ่งขึ้นชื่อด้านการฟื้นฟูผิวผสานกับการฉีดผิวฉ่ำน้ำ (Hyaluronic Acid) ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นอย่างรวดเร็ว และ Dermotoxin ที่ช่วยปรับริ้วรอยเล็ก ๆ และกระชับรูขุมขน โดยผสมสารสำคัญทั้งหมดในสัดส่วนที่เหมาะสมที่สุดเฉพาะของ Derna Derna Booster ยังคงมอบประสิทธิภาพการฟื้นฟูผิวอันทรงพลังของ Rejuran อย่างเต็มที่ พร้อมกับลดความรู้สึกเจ็บเฉพาะตัวของ Rejuran และเพิ่มผลลัพธ์ผิวฉ่ำน้ำ โกลว์ใสที่เห็นได้ทันที ถือเป็น All-in-One Skin Solution ในรูปแบบที่พัฒนาแล้วขั้นสูงที่สุด เพื่อการดูแลผิวอย่างครบถ้วนในครั้งเดียว



รวมจุดเด่นของ Rejuran, Hyaluronic Acid และ Dermotoxin ไว้ในหัตถการเดียว


สาร Dermotoxin ช่วยลดความรู้สึกเจ็บระหว่างการฉีด เพิ่มความสบายขณะทำหัตถการ


พัฒนาขึ้นจากประสบการณ์ทางคลินิกจำนวนมาก สู่การผสมผสานที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุด


ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ของ Rejuran แต่ลังเลเพราะกังวลเรื่องความเจ็บ
ผู้ที่ต้องการทั้งการฟื้นฟูผิว พร้อมผลลัพธ์ผิวชุ่มชื้น โกลว์ทันที
ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยเล็ก ๆ รูขุมขน และผิวแห้งหลายอย่างร่วมกัน และอยากแก้ไขในครั้งเดียว
ผู้ที่อยากสัมผัสสกินบูสเตอร์สูตรเฉพาะของ Derna ที่ออกแบบมาให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุดและแตกต่างอย่างชัดเจน


ทั่วใบหน้า








ไม่ใช่เพียงการทาเท่านั้น แต่ใช้การแร็ปด้วยวัสดุเฉพาะทางเพื่อเพิ่มอัตราการดูดซึม ช่วยให้ตัวยาชาซึมลึกลงสู่ผิวอย่างมีประสิทธิภาพ และลดความรู้สึกเจ็บบริเวณผิวชั้นบนได้อย่างชัดเจน