สรุปประเภทครีมกันแดด! ความแตกต่างระหว่างกันแดดแบบฟิสิกส์และเคมีและเกณฑ์การเลือก
2026-08-07
การเลือกครีมกันแดดควรตรวจสอบค่า SPF (การป้องกัน UVB) และ PA (การป้องกัน UVA) พร้อมกัน
ครีมกันแดดแบบฟิสิกส์มีการระคายเคืองน้อยและป้องกันได้ทันที ในขณะที่ครีมกันแดดแบบเคมีมีเนื้อสัมผัสเบาแต่ต้องใช้เวลาในการดูดซึม และในปัจจุบันผลิตภัณฑ์กันแดดแบบผสมที่รวมข้อดีของทั้งสองแบบกำลังเป็นที่นิยม
หลังการรักษาผิวหนัง ผิวจะมีความเปราะบางมากขึ้น ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคืองน้อยและใช้การป้องกันทางกายภาพร่วมด้วย

สวัสดีค่ะ นี่คือคลินิกเดอร์นา
ในฤดูที่แดดแรงขึ้นแบบนี้ เรามักจะต้องคิดถึงการป้องกันแสงแดด โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่เพียงแต่การป้องกันแสงแดด แต่ยังต้องพิจารณาถึงปัญหาผิว, ความมัน, การแต่งหน้า, และการปรับโทนสี ทำให้เกณฑ์การเลือกครีมกันแดดซับซ้อนมากขึ้น
ดังนั้นวันนี้เราจะมาสรุปประเภทครีมกันแดด, ความแตกต่างระหว่างครีมกันแดดแบบฟิสิกส์และเคมี และเกณฑ์การเลือกกันค่ะ
เริ่มจากการเข้าใจค่า SPF และ PA กันก่อน

หนึ่งในสิ่งที่ต้องพิจารณาเมื่อเลือกครีมกันแดดคือค่า SPF และ PA SPF (Sun Protection Factor) หมายถึงระดับการป้องกันจาก UVB ซึ่ง UVB มีผลกระทบต่อผิวหนังและสามารถทำให้เกิดการไหม้จากแดดหรือผิวแดงได้
โดยทั่วไปแล้ว SPF15 จะป้องกันได้ประมาณ 93%, SPF30 ประมาณ 97%, และ SPF50 ประมาณ 98% PA (Protection Grade of UVA) หมายถึงระดับการป้องกันจาก UVA ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ตั้งแต่ PA+ ถึง PA++++
UVA มีความยาวคลื่นที่ยาวสามารถเข้าถึงผิวได้ลึก ทำให้เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อฝ้า, การเปลี่ยนสีผิว หรือการแก่ก่อนวัย นอกจากนี้ยังสามารถผ่านกระจกได้ ดังนั้นจึงต้องมีการป้องกันแม้ในที่ร่มหรือวันที่มีเมฆ เมื่อเลือกครีมกันแดด ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ มีค่า SPF และ PA ทั้งสอง ค่าค่ะ
ครีมกันแดดแบบฟิสิกส์ vs ครีมกันแดดแบบเคมี แตกต่างกันอย่างไร?

ประเภทของครีมกันแดดสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ
💛ครีมกันแดดแบบฟิสิกส์ (การป้องกันทางกายภาพ)
ทำงานโดยการสะท้อนและกระจายแสง UV ออกจากผิว ไม่ดูดซึมเข้าสู่ผิวจึงมีการระคายเคืองน้อย และโดยเฉพาะ มีประสิทธิภาพในการป้องกัน UVA
✔️ข้อดี
→ ป้องกันแสงแดดได้ทันทีหลังจากทา
→ เหมาะสำหรับผิวที่บอบบางและมีปัญหา
✔️ข้อเสีย
→ อาจทำให้เกิดความขาวขุ่น
→ มีความรู้สึกหนักเมื่อใช้
💛ครีมกันแดดแบบเคมี (การป้องกันทางเคมี)
ทำงานโดยการดูดซับแสง UV โดยเฉพาะ ส่วนผสมที่ดูดซับ UVB มีจำนวนมาก แต่ต้องใช้เวลาในการดูดซึมเข้าสู่ผิวหลังจากทา ดังนั้นควรทาล่วงหน้า 15 นาที ก่อนออกไปข้างนอก
✔️ข้อดี
→ มีเนื้อสัมผัสเบาและให้การแสดงผลที่เป็นธรรมชาติ
→ ใช้งานร่วมกับผลิตภัณฑ์แต่งหน้าได้ง่าย
✔️ข้อเสีย
→ อาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวที่บอบบาง
ในอดีตผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดแบบฟิสิกส์และเคมีมีความแตกต่างกันชัดเจน แต่ในปัจจุบันมีการใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดแบบผสมที่รวมข้อดีของทั้งสองแบบมากขึ้น
แนวโน้มการเลือกครีมกันแดดคืออะไร?
เมื่อเลือกประเภทครีมกันแดด การรู้แนวโน้มจะช่วยให้มีตัวเลือกมากขึ้น
💛การรวมฟังก์ชันการดูแลผิว
ในปัจจุบัน ครีมกันแดดหลายตัวมีฟังก์ชันการป้องกันแสงแดดรวมกับการให้ความชุ่มชื้น, การทำให้ผิวขาว, การปรับโทนสี และการเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว
💛เนื้อสัมผัสเบา
มีเนื้อสัมผัสเป็นเจลหรือเนื้อเหลวที่แทบไม่รู้สึกเมื่อทา ซึ่งเป็นที่นิยมในฐานะ 'ครีมกันแดดที่ดูแลผิว' ที่ไม่ทำให้การแต่งหน้าหลุดลอก
💛ครีมกันแดดแบบทินเต็ด
ครีมกันแดดแบบทินเต็ดที่มีฟังก์ชันการแต่งสีผิวก็ได้รับความสนใจเช่นกัน เพราะสามารถแก้ปัญหาผิวได้ด้วยครีมกันแดดเพียงตัวเดียว
ทำให้ผลิตภัณฑ์นี้มีความสะดวกสบาย
ทำไมการป้องกันแสงแดดจึงสำคัญหลังการรักษาผิว?

หลังการรักษาผิวหนัง ผิวอาจมีความเปราะบางชั่วคราว ในช่วงเวลานี้หากสัมผัสกับแสงแดดอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนสีผิว, ผิวแดง, หรือปัญหาผิวอื่นๆ จึงต้องการการดูแลที่ระมัดระวังมากขึ้น หลังการรักษาควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างจากปกติ
สำหรับผิวที่ไวต่อการระคายเคือง ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ มีการระคายเคืองน้อย และใช้ผลิตภัณฑ์ที่ มีค่า SPF สูง นอกจากนี้ควรทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง และใช้การป้องกันทางกายภาพ เช่น หมวกหรือร่ม
ขอแนะนำว่า คลินิกเดอร์นากำลังมีโปรโมชั่นการรักษาผิวหลายรายการ สามารถตรวจสอบรายละเอียดโปรโมชั่นได้ที่ลิงค์ด้านล่างนี้
🔎ตรวจสอบโปรโมชั่นที่คลินิกเดอร์นา
※โปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือสิ้นสุดโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า หากไม่พบข้อมูลที่ต้องการ สามารถสอบถามเพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
Q. ค่า SPF และ PA หมายถึงอะไร? ต้องตรวจสอบในที่ร่มด้วยหรือไม่?
SPF หมายถึงระดับการป้องกัน UVB ที่ทำให้เกิดการไหม้จากแดด ส่วน PA คือระดับการป้องกัน UVA ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ตั้งแต่ PA+ ถึง PA++++ UVA มีความยาวคลื่นที่ยาวพอที่จะผ่านกระจกได้ ดังนั้นจึงควรตรวจสอบค่า PA ด้วย
Q. ครีมกันแดดแบบฟิสิกส์และเคมีแตกต่างกันอย่างไร? ทำไมครีมกันแดดแบบเคมีต้องทาล่วงหน้า?
ครีมกันแดดแบบฟิสิกส์ทำงานโดยการสะท้อนและกระจายแสง UV ทำให้มีผลทันทีหลังจากทา ส่วนครีมกันแดดแบบเคมีดูดซับแสง UV จึงต้องใช้เวลาในการดูดซึมเข้าสู่ผิว ควรทาล่วงหน้า 15-30 นาทีเพื่อให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Q. ผิวบอบบางและมีปัญหาควรใช้ครีมกันแดดแบบไหนถึงจะปลอดภัย?
ครีมกันแดดแบบฟิสิกส์ทำงานที่ผิวหนังชั้นนอกและไม่ดูดซึมเข้าสู่ผิวจึงมีการระคายเคืองน้อย เหมาะสำหรับผิวบอบบางและมีปัญหา หากรู้สึกไม่สบายใจกับความขาวขุ่นหรือความรู้สึกหนัก ครีมกันแดดแบบผสมที่รวมข้อดีของทั้งสองแบบก็เป็นทางเลือกที่ดี
ครีมกันแดดแบบทินเต็ดหรือครีมกันแดดแบบปรับโทนสีเพียงตัวเดียวจะเพียงพอหรือไม่?
แม้ว่าผลิตภัณฑ์จะมีฟังก์ชันการแต่งสี แต่หากมีการระบุค่า SPF และ PA ก็ยังคงมีฟังก์ชันการป้องกันแสงแดดอยู่ อย่างไรก็ตาม หากทาในปริมาณที่บางเกินไป อาจทำให้ประสิทธิภาพการป้องกันไม่เพียงพอ ดังนั้นควรทาในปริมาณที่เหมาะสมและทาซ้ำเมื่อจำเป็น
ผิวแห้งมาก ครีมกันแดดแบบเจลหรือแบบน้ำยังคงมีประสิทธิภาพในการป้องกันหรือไม่?
แม้จะเป็นผลิตภัณฑ์แบบไฮบริดที่รวมฟังก์ชันการดูแลผิว แต่ค่า SPF และ PA ก็ยังทำงานได้เหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม เนื้อสัมผัสที่เบาอาจทำให้ทาได้บางเกินไป ดังนั้นควรทาในปริมาณที่เพียงพอเพื่อให้ได้ผลตามที่ระบุ
วันที่ทาครีมกันแดดต้องทำความสะอาดสองครั้งหรือไม่? หากใช้โฟมล้างหน้าอย่างเดียวจะทำให้รูขุมขนอุดตันหรือไม่?
ครีมกันแดดแบบเคมีหรือผลิตภัณฑ์ที่มีการยึดเกาะแน่นอาจไม่ถูกล้างออกด้วยโฟมล้างหน้าเพียงอย่างเดียว ดังนั้นควรทำความสะอาดสองครั้งโดยใช้คลีนซิ่งออยล์หรือคลีนซิ่งมิลค์ก่อน ส่วนครีมกันแดดแบบฟิสิกส์ที่มีเนื้อสัมผัสเบาอาจทำให้การทำความสะอาดง่ายขึ้น
จะทาครีมกันแดดทับเครื่องสำอางได้อย่างไร?
ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อสัมผัสเบา เช่น ครีมกันแดดแบบคุชชั่นหรือแบบสติ๊กที่สามารถทาได้ง่ายกว่าแบบน้ำหรือแบบเหลว เพื่อไม่ให้การแต่งหน้าเลอะ ควรทาซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมงเพื่อรักษาประสิทธิภาพการป้องกัน
หากไม่ป้องกันแสงแดดหลังการทำเลเซอร์โทนิงหรือยกกระชับ จะทำให้เกิดการเปลี่ยนสีผิวหรือไม่?
ใช่ค่ะ หลังการรักษาผิวหนัง ผิวจะมีความเปราะบางชั่วคราว หากสัมผัสกับแสงแดดอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนสีผิวหรือผิวแดงได้ ในช่วงเวลานี้ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคืองน้อยและทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง และใช้การป้องกันทางกายภาพ เช่น หมวกหรือร่ม
ต้องทาครีมกันแดดที่รอบดวงตา, ริมฝีปาก, และลำคอด้วยหรือไม่?
ใช่ค่ะ รอบดวงตาและลำคอมีผิวที่บางและไวต่อแสงแดด ทำให้เกิดการเปลี่ยนสีและริ้วรอยได้ง่าย ริมฝีปากก็สามารถแห้งหรือเปลี่ยนสีได้จากการสัมผัสกับแสงแดด ดังนั้นควรทาครีมกันแดดในบริเวณเหล่านี้ด้วย
ครีมกันแดดที่เหลือจากปีที่แล้วสามารถใช้ได้ในปีนี้หรือไม่?
โดยทั่วไปแล้วควรใช้ภายใน 12 เดือนหลังจากเปิดใช้ (ตามวันที่หมดอายุที่ระบุในผลิตภัณฑ์) หากเกินระยะเวลานี้ส่วนผสมอาจเสื่อมสภาพและประสิทธิภาพการป้องกันอาจลดลง สภาพการเก็บรักษา (อุณหภูมิสูง, การสัมผัสกับแสงแดด) ก็สามารถส่งผลต่อความเสื่อมได้ ดังนั้นควรเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อความปลอดภัย
การเลือกครีมกันแดดควรพิจารณาสภาพผิวและรูปแบบการใช้ชีวิตของเราให้เหมาะสม หากต้องการรักษาผิวให้มีสุขภาพดีและอยู่ในสภาพดี ควรทราบวิธีการดูแลที่เหมาะสมกับตัวเอง สภาพผิวที่แตกต่างกันอาจต้องการวิธีการดูแลที่แตกต่างกัน ดังนั้นการวินิจฉัยจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาทิศทางที่ถูกต้องจึงเป็นประโยชน์
หากต้องการทราบเกี่ยวกับผิวของคุณเพิ่มเติม

10AM - 10PM EVERYDAY
SKIN. LOVE. LIFE
DERNA